ารเลือกอาหารและสังเกตสารเติมแต่งฟอสเฟตสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
ฟอสฟอรัสกับโรคไตเรื้อรัง: การเลือกอาหารและการสังเกตสารเติมแต่งฟอสเฟตบนฉลาก

ผู้เขียนบทความ

ขวัญฤดี ขวัญคุ้ม

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (กนอ.35)

ปริญญาโท โภชนาการและการกำหนดอาหาร (หลักสูตรนานาชาติ)

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุที่ทำงานอยู่เบื้องหลังสุขภาพของกระดูกและฟัน การทำงานของเซลล์ ตลอดจนกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย

ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะเมื่อการทำงานของไตลดลง ไตอาจมีความสามารถในการขับฟอสฟอรัสลดลง ส่งผลให้สมดุลของฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินดี และฮอร์โมนพาราไทรอยด์เปลี่ยนแปลง ภาวะดังกล่าวสัมพันธ์กับความผิดปกติของกระดูกและแร่ธาตุในโรคไต หรือ CKD-Mineral and Bone Disorder: CKD-MBD

ฟอสฟอรัสพบได้ในอาหารหลายชนิด

ฟอสฟอรัสตามธรรมชาติพบในเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม ผลิตภัณฑ์นม ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืช

อย่างไรก็ตาม แหล่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ สารเติมแต่งฟอสเฟต หรือ phosphate additives ซึ่งพบได้ในอาหารแปรรูปหลายประเภท

ตัวอย่างเช่น

  • เนื้อแปรรูป
  • ไส้กรอก
  • แฮม
  • นักเก็ต
  • ชีสแปรรูป
  • อาหารแช่แข็ง
  • เบเกอรีบางชนิด
  • เครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูปบางประเภท

สังเกตคำว่า “PHOS” บนฉลาก

ส่วนประกอบที่ควรสังเกต ได้แก่

  • Phosphoric acid
  • Sodium phosphate
  • Calcium phosphate
  • Pyrophosphate
  • Polyphosphate

สารเติมแต่งฟอสเฟตมักดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้สูงกว่าฟอสฟอรัสที่อยู่ตามธรรมชาติในอาหาร ดังนั้นการเลือกอาหารสดและลดอาหารแปรรูปจึงเป็นแนวทางที่มีประโยชน์

ไม่ควรลดโปรตีนเพียงเพื่อควบคุมฟอสฟอรัส

อาหารที่มีโปรตีนหลายชนิดมีฟอสฟอรัสร่วมอยู่ด้วย หากลดอาหารโปรตีนมากเกินไปเพียงเพื่อต้องการลดฟอสฟอรัส อาจส่งผลให้ได้รับโปรตีนและพลังงานไม่เพียงพอ การวางแผนอาหารจึงควรพิจารณาทั้งปริมาณโปรตีน ระดับฟอสฟอรัส ภาวะโภชนาการ และระยะของโรคไตไปพร้อมกัน

ฟอสฟอรัสจากพืชและอาหารแปรรูปแตกต่างกัน

ฟอสฟอรัสจากพืชจำนวนหนึ่งอยู่ในรูป phytate ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ไม่สมบูรณ์เท่ากับ phosphate additives ดังนั้นในการควบคุมฟอสฟอรัส ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ “ปริมาณรวม” แต่ควรพิจารณาแหล่งที่มาของฟอสฟอรัสด้วย

ยาจับฟอสเฟต

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาใช้ phosphate binder เพื่อลดการดูดซึมฟอสฟอรัสจากอาหาร

ยากลุ่มนี้ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรปรับขนาดหรือเวลาในการรับประทานด้วยตนเอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟอสฟอรัสและโรคไตเรื้อรัง

คำถาม 1: ฟอสฟอรัสมีหน้าที่อะไรในร่างกาย?

คำตอบ: ฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุที่ทำงานอยู่เบื้องหลังสุขภาพของกระดูกและฟัน การทำงานของเซลล์ ตลอดจนกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย

คำถาม 2: ทำไมผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจึงต้องระวังฟอสฟอรัส?

คำตอบ: ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะเมื่อการทำงานของไตลดลง ไตอาจมีความสามารถในการขับฟอสฟอรัสลดลง ส่งผลให้สมดุลของฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินดี และฮอร์โมนพาราไทรอยด์เปลี่ยนแปลง ภาวะดังกล่าวสัมพันธ์กับความผิดปกติของกระดูกและแร่ธาตุในโรคไต หรือ CKD-Mineral and Bone Disorder: CKD-MBD

คำถาม 3: ฟอสฟอรัสตามธรรมชาติพบในอาหารอะไรบ้าง?

คำตอบ: ฟอสฟอรัสตามธรรมชาติพบในเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม ผลิตภัณฑ์นม ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืช

คำถาม 4: อาหารประเภทใดอาจมีสารเติมแต่งฟอสเฟต?

คำตอบ: สารเติมแต่งฟอสเฟต หรือ phosphate additives พบได้ในอาหารแปรรูปหลายประเภท ตัวอย่างเช่น เนื้อแปรรูป ไส้กรอก แฮม นักเก็ต ชีสแปรรูป อาหารแช่แข็ง เบเกอรีบางชนิด เครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูปบางประเภท

คำถาม 5: ควรสังเกตคำใดบนฉลากอาหารเพื่อดูสารเติมแต่งฟอสเฟต?

คำตอบ: ส่วนประกอบที่ควรสังเกต ได้แก่ Phosphoric acid, Sodium phosphate, Calcium phosphate, Pyrophosphate และ Polyphosphate

คำถาม 6: ทำไมจึงควรเลือกอาหารสดและลดอาหารแปรรูป?

คำตอบ: สารเติมแต่งฟอสเฟตมักดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้สูงกว่าฟอสฟอรัสที่อยู่ตามธรรมชาติในอาหาร ดังนั้นการเลือกอาหารสดและลดอาหารแปรรูปจึงเป็นแนวทางที่มีประโยชน์

คำถาม 7: ควรลดโปรตีนเพื่อควบคุมฟอสฟอรัสหรือไม่?

คำตอบ: อาหารที่มีโปรตีนหลายชนิดมีฟอสฟอรัสร่วมอยู่ด้วย หากลดอาหารโปรตีนมากเกินไปเพียงเพื่อต้องการลดฟอสฟอรัส อาจส่งผลให้ได้รับโปรตีนและพลังงานไม่เพียงพอ การวางแผนอาหารจึงควรพิจารณาทั้งปริมาณโปรตีน ระดับฟอสฟอรัส ภาวะโภชนาการ และระยะของโรคไตไปพร้อมกัน

คำถาม 8: ฟอสฟอรัสจากพืชแตกต่างจากสารเติมแต่งฟอสเฟตอย่างไร?

คำตอบ: ฟอสฟอรัสจากพืชจำนวนหนึ่งอยู่ในรูป phytate ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ไม่สมบูรณ์เท่ากับ phosphate additives ดังนั้นในการควบคุมฟอสฟอรัส ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ “ปริมาณรวม” แต่ควรพิจารณาแหล่งที่มาของฟอสฟอรัสด้วย

คำถาม 9: ยาจับฟอสเฟตควรใช้อย่างไร?

คำตอบ: ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาใช้ phosphate binder เพื่อลดการดูดซึมฟอสฟอรัสจากอาหาร ยากลุ่มนี้ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรปรับขนาดหรือเวลาในการรับประทานด้วยตนเอง

เอกสารอ้างอิง

  1. KDIGO. Clinical Practice Guideline for CKD-Mineral and Bone Disorder.
  2. KDIGO. Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. 2024.
  3. National Kidney Foundation. Phosphorus and Your CKD Diet.
  4. Ikizler TA, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update.
Scroll to Top