อาหารปรุงสดรสอ่อนพร้อมสมุนไพรและเครื่องเทศสำหรับการควบคุมโซเดียมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
โซเดียมกับโรคไตเรื้อรัง: ลดเค็มอย่างไรให้เหมาะสม โดยไม่ทำให้อาหารขาดรสชาติ

ผู้เขียนบทความ

ขวัญฤดี ขวัญคุ้ม
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (กนอ. 35)
ปริญญาโท โภชนาการและการกำหนดอาหาร (หลักสูตรนานาชาติ)
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

โซเดียมมักถูกมองว่าเป็น “ผู้ร้าย” ในจานอาหาร แต่แท้จริงแล้วโซเดียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ ทั้งการรักษาสมดุลของน้ำ การทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การมีโซเดียม แต่อยู่ที่ “ปริมาณที่มากเกินไป” ซึ่งอาจส่งผลต่อการควบคุมความดันโลหิตและภาวะคั่งของน้ำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD)

เมื่อการทำงานของไตลดลง ความสามารถในการควบคุมสมดุลของโซเดียมและน้ำอาจลดลงตามไปด้วย การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงจึงอาจสัมพันธ์กับอาการบวม ความดันโลหิตสูง และเพิ่มภาระต่อหัวใจและไต

ผู้ป่วย CKD ควรได้รับโซเดียมเท่าใด?

แนวทาง KDIGO แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังโดยทั่วไปได้รับโซเดียม น้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับเกลือโซเดียมคลอไรด์ประมาณ 5 กรัมต่อวัน ทั้งนี้ควรปรับตามสภาวะสุขภาพและคำแนะนำของทีมรักษา

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ที่มีภาวะสูญเสียโซเดียมจากโรคไตบางชนิด อาจไม่เหมาะกับการจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวด จึงควรประเมินเป็นรายบุคคล

โซเดียมไม่ได้มาจากเกลือเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือการคิดว่าการ “ไม่เติมเกลือ” หมายถึงได้รับโซเดียมน้อยแล้ว ในความเป็นจริง โซเดียมจำนวนมากมาจากอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องปรุงรส เช่น

  • น้ำปลา
  • ซีอิ๊ว
  • ซอสปรุงรส
  • ซอสหอยนางรม
  • ผงปรุงรส
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • อาหารกระป๋อง
  • ไส้กรอก แฮม เบคอน
  • ลูกชิ้นและเนื้อแปรรูป
  • ขนมขบเคี้ยว
  • อาหารแช่แข็งและอาหารพร้อมรับประทาน

NIDDK ระบุว่าอาหารบรรจุสำเร็จ อาหารปรุงสำเร็จ และอาหารจากร้านอาหารเป็นแหล่งโซเดียมที่สำคัญ และอาหารบางชนิดอาจมีโซเดียมสูงแม้ไม่ได้มีรสเค็มอย่างชัดเจน

ลดเค็มโดยไม่ทำให้อาหารจืดเกินไป

การลดโซเดียมไม่จำเป็นต้องหมายถึงอาหารไม่มีรสชาติ สามารถใช้สมุนไพรและเครื่องเทศเพื่อเพิ่มกลิ่นและรส เช่น

  • มะนาว
  • กระเทียม
  • ขิง
  • ตะไคร้
  • ใบมะกรูด
  • พริกไทย
  • หอมแดง
  • พริกสด
  • ผักชีและสมุนไพรสดชนิดต่าง ๆ

การค่อย ๆ ลดปริมาณเครื่องปรุงเค็มลงทีละน้อยยังช่วยให้ลิ้นปรับตัวต่อรสชาติที่เค็มน้อยลงได้

อ่านฉลากโภชนาการอย่างไร?

ก่อนเลือกซื้ออาหาร ควรตรวจดูปริมาณ Sodium ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หากผลิตภัณฑ์หนึ่งบรรจุภัณฑ์มีหลายหน่วยบริโภค ต้องคำนวณปริมาณโซเดียมตามจำนวนที่รับประทานจริง

ตามแนวทางของ NIDDK ค่า % Daily Value ของโซเดียมประมาณ 5% หรือน้อยกว่าต่อหนึ่งหน่วยบริโภคถือว่าค่อนข้างต่ำ ขณะที่ 20% หรือมากกว่าถือว่าสูง

ระวัง “เกลือเพื่อสุขภาพ”

ผู้ป่วยโรคไตควรระมัดระวังผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น “เกลือโซเดียมต่ำ” หรือ “เกลือเพื่อสุขภาพ” ผลิตภัณฑ์บางชนิดใช้ potassium chloride ทดแทน sodium chloride ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มี CKD หรือใช้ยาที่มีผลต่อระดับโพแทสเซียม

เทคนิคสำหรับการรับประทานอาหารนอกบ้าน

เมื่อต้องรับประทานอาหารนอกบ้าน สามารถลดโซเดียมได้โดย

  • ขอแยกซอสหรือเครื่องปรุง
  • ไม่เติมน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือซอสเพิ่ม
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำซุปทั้งหมด
  • เลือกเมนูต้ม นึ่ง ย่าง หรืออาหารปรุงสด
  • ลดอาหารหมักดองและอาหารแปรรูป
  • ขอให้ร้านลดเค็มหากสามารถทำได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโซเดียมและโรคไตเรื้อรัง

1. คำถาม: ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำเป็นต้องงดโซเดียมทั้งหมดหรือไม่?

คำตอบ: โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ ทั้งการรักษาสมดุลของน้ำ การทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การมีโซเดียม แต่อยู่ที่ “ปริมาณที่มากเกินไป”

2. คำถาม: ผู้ป่วย CKD ควรได้รับโซเดียมไม่เกินเท่าใดต่อวัน?

คำตอบ: แนวทาง KDIGO แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังโดยทั่วไปได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับเกลือโซเดียมคลอไรด์ประมาณ 5 กรัมต่อวัน ทั้งนี้ควรปรับตามสภาวะสุขภาพและคำแนะนำของทีมรักษา

3. คำถาม: ผู้ป่วยโรคไตทุกคนต้องจำกัดโซเดียมเท่ากันหรือไม่?

คำตอบ: ผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ที่มีภาวะสูญเสียโซเดียมจากโรคไตบางชนิด อาจไม่เหมาะกับการจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวด จึงควรประเมินเป็นรายบุคคล

4. คำถาม: การไม่เติมเกลือหมายความว่าได้รับโซเดียมน้อยแล้วใช่หรือไม่?

คำตอบ: ในความเป็นจริง โซเดียมจำนวนมากมาจากอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส และอาหารพร้อมรับประทาน

5. คำถาม: ลดเค็มอย่างไรโดยไม่ทำให้อาหารจืดเกินไป?

คำตอบ: สามารถใช้สมุนไพรและเครื่องเทศเพื่อเพิ่มกลิ่นและรส เช่น มะนาว กระเทียม ขิง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกไทย หอมแดง พริกสด ผักชี และสมุนไพรสดชนิดต่าง ๆ

6. คำถาม: ควรดูปริมาณโซเดียมบนฉลากอาหารตรงไหน?

คำตอบ: ควรตรวจดูปริมาณ Sodium ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หากผลิตภัณฑ์หนึ่งบรรจุภัณฑ์มีหลายหน่วยบริโภค ต้องคำนวณปริมาณโซเดียมตามจำนวนที่รับประทานจริง

7. คำถาม: ค่า % Daily Value ของโซเดียมเท่าใดถือว่าต่ำหรือสูง?

คำตอบ: ตามแนวทางของ NIDDK ค่า % Daily Value ของโซเดียมประมาณ 5% หรือน้อยกว่าต่อหนึ่งหน่วยบริโภคถือว่าค่อนข้างต่ำ ขณะที่ 20% หรือมากกว่าถือว่าสูง

8. คำถาม: ผู้ป่วยโรคไตสามารถใช้เกลือโซเดียมต่ำหรือเกลือเพื่อสุขภาพได้หรือไม่?

คำตอบ: ผลิตภัณฑ์บางชนิดใช้ potassium chloride ทดแทน sodium chloride ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มี CKD หรือใช้ยาที่มีผลต่อระดับโพแทสเซียม

9. คำถาม: รับประทานอาหารนอกบ้านอย่างไรเพื่อลดโซเดียม?

คำตอบ: สามารถขอแยกซอสหรือเครื่องปรุง ไม่เติมน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือซอสเพิ่ม หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำซุปทั้งหมด เลือกอาหารปรุงสด และขอให้ร้านลดเค็มหากสามารถทำได้

เอกสารอ้างอิง

  1. KDIGO. Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. 2024.
  2. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Healthy Eating for Adults with Chronic Kidney Disease.
  3. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Slow Progression & Reduce Complications.
  4. National Kidney Foundation. Nutrition and Kidney Disease, Stages 1–5.
Scroll to Top