ผู้เขียนบทความ
ขวัญฤดี ขวัญคุ้ม
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (กนอ. 35)
ปริญญาโท โภชนาการและการกำหนดอาหาร (หลักสูตรนานาชาติ)
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่ขาดไม่ได้ต่อการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และจังหวะการเต้นของหัวใจ ในภาวะปกติไตทำหน้าที่เสมือน “ตัวควบคุม” ที่คอยรักษาระดับโพแทสเซียมในเลือดให้สมดุลผ่านการขับออกทางปัสสาวะ
เมื่อการทำงานของไตลดลง ผู้ป่วยบางรายอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง หรือ Hyperkalemia ซึ่งหากรุนแรงอาจส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังไม่ได้จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมทุกราย
ไม่ควรจำกัดโพแทสเซียมโดยอัตโนมัติ
ระดับโพแทสเซียมในเลือดไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่า eGFR เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากยา ภาวะกรดในเลือด การควบคุมระดับน้ำตาล ภาวะขาดน้ำ และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
ดังนั้นการวางแผนอาหารควรอาศัยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและการประเมินโดยทีมรักษา มากกว่าการจำกัดอาหารตามรายชื่ออาหารต้องห้ามเพียงอย่างเดียว
แหล่งโพแทสเซียมที่ควรระวัง
ผู้ป่วยมักทราบว่ากล้วยหรือส้มมีโพแทสเซียม แต่ยังมีแหล่งอื่นที่ควรระวัง เช่น
- น้ำมะพร้าว
- น้ำผักเข้มข้น
- น้ำผลไม้
- ผลไม้แห้ง
- สมูทตี
- ซุปและน้ำต้มผัก
- เครื่องดื่มเกลือแร่บางชนิด
- เกลือทดแทนที่มี potassium chloride
อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้ได้รับโพแทสเซียมในปริมาณสูงภายในระยะเวลาสั้น
การลดโพแทสเซียมในผัก
ในผู้ที่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียม อาจใช้วิธีต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วเทน้ำทิ้งก่อนนำไปปรุงต่อ ซึ่งสามารถช่วยลดโพแทสเซียมในผักบางชนิดได้
ระดับที่ลดได้แตกต่างกันตามชนิดของผัก ขนาดที่หั่น ปริมาณน้ำ และระยะเวลาในการต้ม
ไม่ควรนำน้ำต้มผักกลับมาใช้ในการปรุงอาหาร เนื่องจากโพแทสเซียมบางส่วนจะละลายอยู่ในน้ำ
อ่านฉลากอาหารอย่างระมัดระวัง
อาหารบางชนิดมีการเติมสารประกอบโพแทสเซียม เช่น
- Potassium chloride
- Potassium phosphate
- Potassium citrate
ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “ลดโซเดียม” บางชนิดอาจใช้ potassium chloride ทดแทนเกลือ จึงควรตรวจสอบส่วนประกอบก่อนบริโภค
หากโพแทสเซียมสูง ควรประเมินมากกว่าเรื่องอาหาร
ภาวะโพแทสเซียมสูงอาจสัมพันธ์กับยา ภาวะขาดน้ำ ภาวะกรดในเลือด เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี หรือปัจจัยทางการแพทย์อื่น ๆ ดังนั้น หากผลเลือดพบโพแทสเซียมสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุอย่างเป็นระบบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโพแทสเซียมและโรคไตเรื้อรัง
1. คำถาม: ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมทุกรายหรือไม่?
คำตอบ: อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังไม่ได้จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมทุกราย
2. คำถาม: ระดับโพแทสเซียมในเลือดขึ้นอยู่กับค่า eGFR เพียงอย่างเดียวหรือไม่?
คำตอบ: ระดับโพแทสเซียมในเลือดไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่า eGFR เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากยา ภาวะกรดในเลือด การควบคุมระดับน้ำตาล ภาวะขาดน้ำ และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
3. คำถาม: การต้มผักแล้วเทน้ำทิ้งช่วยลดโพแทสเซียมได้หรือไม่?
คำตอบ: ในผู้ที่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียม อาจใช้วิธีต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วเทน้ำทิ้งก่อนนำไปปรุงต่อ ซึ่งสามารถช่วยลดโพแทสเซียมในผักบางชนิดได้
4. คำถาม: ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “ลดโซเดียม” อาจมีโพแทสเซียมหรือไม่?
คำตอบ: ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “ลดโซเดียม” บางชนิดอาจใช้ potassium chloride ทดแทนเกลือ จึงควรตรวจสอบส่วนประกอบก่อนบริโภค
5. คำถาม: หากผลเลือดพบโพแทสเซียมสูงควรทำอย่างไร?
คำตอบ: ภาวะโพแทสเซียมสูงอาจสัมพันธ์กับยา ภาวะขาดน้ำ ภาวะกรดในเลือด เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี หรือปัจจัยทางการแพทย์อื่น ๆ ดังนั้น หากผลเลือดพบโพแทสเซียมสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
- KDIGO. Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. 2024.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Potassium: Tips for People with Chronic Kidney Disease.
- Ikizler TA, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update.




