ผลไม้หลากหลายชนิดสำหรับประกอบบทความเรื่องการเลือกบริโภคผลไม้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
การบริโภคผลไม้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง: การเลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะสมกับระดับโพแทสเซียม

ผู้เขียนบทความ

ขวัญฤดี ขวัญคุ้ม

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (กนอ. 35)

ปริญญาโท โภชนาการและการกำหนดอาหาร (หลักสูตรนานาชาติ)

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

“เป็นโรคไตแล้วยังกินผลไม้ได้ไหม?” เป็นคำถามที่ผู้ป่วยจำนวนมากสงสัย เพราะแม้ผลไม้จะเป็นแหล่งของวิตามิน ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และสารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำนวนไม่น้อยกลับกังวลว่าต้องงดผลไม้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโพแทสเซียม

ในความเป็นจริง ผู้ป่วย CKD จำนวนมากยังสามารถรับประทานผลไม้ได้ โดยควรพิจารณาชนิด ปริมาณ และความถี่ตามระดับโพแทสเซียมในเลือด ระยะของโรคไต โรคร่วม และยาที่ใช้

ไม่ควรงดผลไม้โดยไม่มีข้อบ่งชี้

ในผู้ที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องจำกัดผลไม้อย่างเข้มงวดในทุกกรณี การหลีกเลี่ยงผลไม้มากเกินไปอาจทำให้ได้รับใยอาหาร วิตามิน และสารอาหารจากพืชไม่เพียงพอ

หากโพแทสเซียมสูง ควรพิจารณาทั้งชนิดและปริมาณ

ในผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมสูง ควรพิจารณาทั้งชนิดของผลไม้และขนาดของส่วนบริโภค ผลไม้บางชนิดมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง เช่น

  • กล้วย
  • อะโวคาโด
  • ทุเรียน
  • ขนุน
  • แคนตาลูป
  • ผลไม้แห้ง
  • น้ำมะพร้าว

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าอาหารเหล่านี้เป็น “อาหารต้องห้ามตลอดชีวิต” การจำกัดควรขึ้นอยู่กับระดับโพแทสเซียมและคำแนะนำเฉพาะบุคคล

ปริมาณต่อครั้งมีความสำคัญ

การรับประทานผลไม้หนึ่งส่วนแตกต่างจากการรับประทานหลายส่วนในครั้งเดียว โดยเฉพาะสมูทตีและน้ำผลไม้ ซึ่งสามารถรวมผลไม้หลายส่วนในหนึ่งแก้ว ทำให้ได้รับทั้งโพแทสเซียมและน้ำตาลในปริมาณสูงได้อย่างรวดเร็ว

ผลไม้ทั้งผลดีกว่าน้ำผลไม้

โดยทั่วไป การรับประทานผลไม้ทั้งผลในปริมาณที่เหมาะสม จะให้ใยอาหารมากกว่าน้ำผลไม้ น้ำผลไม้และสมูทตีอาจทำให้รับประทานผลไม้ในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว และอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องควบคุมทั้งโพแทสเซียมและระดับน้ำตาล

ผลไม้แห้งควรระวัง

เมื่อมีการนำเอาน้ำออกจากผลไม้ สารอาหารและแร่ธาตุจะมีความเข้มข้นสูงขึ้น ผลไม้แห้ง เช่น ลูกเกด อินทผลัม ลูกพรุน และแอปริคอตแห้ง จึงสามารถให้โพแทสเซียมและน้ำตาลในปริมาณสูง แม้รับประทานเพียงเล็กน้อย

น้ำมะพร้าวไม่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน

แม้น้ำมะพร้าวจะได้รับความนิยมในฐานะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่มีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง ผู้ป่วย CKD ที่มีภาวะโพแทสเซียมสูงหรือได้รับยาที่มีผลเพิ่มระดับโพแทสเซียม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อนบริโภคเป็นประจำ

ผู้ป่วยเบาหวานและ CKD ต้องพิจารณาน้ำตาลร่วมด้วย

ผู้ป่วยโรคไตจำนวนมากมีโรคเบาหวานร่วมด้วย ดังนั้นการเลือกผลไม้ควรคำนึงถึงทั้งโพแทสเซียม ปริมาณคาร์โบไฮเดรต และขนาดส่วนบริโภค ผลไม้ทั้งผลในปริมาณเหมาะสมมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่าน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มผลไม้ที่เติมน้ำตาล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับประทานผลไม้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

1. คำถาม: ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังยังกินผลไม้ได้ไหม?

คำตอบ: ผู้ป่วย CKD จำนวนมากยังสามารถรับประทานผลไม้ได้ โดยควรพิจารณาชนิด ปริมาณ และความถี่ตามระดับโพแทสเซียมในเลือด ระยะของโรคไต โรคร่วม และยาที่ใช้

2. คำถาม: ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องงดผลไม้ทั้งหมดหรือไม่?

คำตอบ: ในผู้ที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องจำกัดผลไม้อย่างเข้มงวดในทุกกรณี การหลีกเลี่ยงผลไม้มากเกินไปอาจทำให้ได้รับใยอาหาร วิตามิน และสารอาหารจากพืชไม่เพียงพอ

3. คำถาม: ผลไม้ชนิดใดมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง?

คำตอบ: ผลไม้บางชนิดมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง เช่น กล้วย อะโวคาโด ทุเรียน ขนุน แคนตาลูป ผลไม้แห้ง และน้ำมะพร้าว

4. คำถาม: ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงเป็นอาหารต้องห้ามตลอดชีวิตหรือไม่?

คำตอบ: ไม่ควรตีความว่าอาหารเหล่านี้เป็น “อาหารต้องห้ามตลอดชีวิต” การจำกัดควรขึ้นอยู่กับระดับโพแทสเซียมและคำแนะนำเฉพาะบุคคล

5. คำถาม: ทำไมผู้ป่วยโรคไตจึงควรระวังน้ำผลไม้และสมูทตี?

คำตอบ: สมูทตีและน้ำผลไม้สามารถรวมผลไม้หลายส่วนในหนึ่งแก้ว ทำให้ได้รับทั้งโพแทสเซียมและน้ำตาลในปริมาณสูงได้อย่างรวดเร็ว

6. คำถาม: ผลไม้ทั้งผลดีกว่าน้ำผลไม้หรือไม่?

คำตอบ: โดยทั่วไป การรับประทานผลไม้ทั้งผลในปริมาณที่เหมาะสม จะให้ใยอาหารมากกว่าน้ำผลไม้ น้ำผลไม้และสมูทตีอาจทำให้รับประทานผลไม้ในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว และอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องควบคุมทั้งโพแทสเซียมและระดับน้ำตาล

7. คำถาม: ทำไมผู้ป่วยโรคไตจึงควรระวังผลไม้แห้ง?

คำตอบ: เมื่อมีการนำเอาน้ำออกจากผลไม้ สารอาหารและแร่ธาตุจะมีความเข้มข้นสูงขึ้น ผลไม้แห้ง เช่น ลูกเกด อินทผลัม ลูกพรุน และแอปริคอตแห้ง จึงสามารถให้โพแทสเซียมและน้ำตาลในปริมาณสูง แม้รับประทานเพียงเล็กน้อย

8. คำถาม: ผู้ป่วยโรคไตดื่มน้ำมะพร้าวได้หรือไม่?

คำตอบ: น้ำมะพร้าวมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง ผู้ป่วย CKD ที่มีภาวะโพแทสเซียมสูงหรือได้รับยาที่มีผลเพิ่มระดับโพแทสเซียม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อนบริโภคเป็นประจำ

9. คำถาม: ผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคไตร่วมด้วยควรเลือกผลไม้อย่างไร?

คำตอบ: การเลือกผลไม้ควรคำนึงถึงทั้งโพแทสเซียม ปริมาณคาร์โบไฮเดรต และขนาดส่วนบริโภค ผลไม้ทั้งผลในปริมาณเหมาะสมมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่าน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มผลไม้ที่เติมน้ำตาล

เอกสารอ้างอิง

  1. KDIGO. Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. 2024.
  2. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Potassium: Tips for People with Chronic Kidney Disease.
  3. National Kidney Foundation. Potassium and Chronic Kidney Disease.
  4. U.S. Department of Agriculture. FoodData Central.
Scroll to Top